เว็บบอร์ด
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นต้องการสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่ หรือเข้าระบบ คลิกที่นี่
แบตโน๊ตบุ๊คเสื่อม แก้ไขได้ ติดต่อ tae0
โพสโดย
tae0
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
ประสบปัญหา<a href="https://www.tae0.com/category/2/battery-notebook-dell" style="color: rgb(88, 89, 91); text-decoration-line: none;"><strong>แบตเตอรี่โน๊ตบุ๊ค</strong></a>อายุมากกว่า 2 ปี เจอกับปัญหาโน๊ตบุ๊คแบตเสื่อม ทำให้แบตหมดเร็วมากๆ จากจากเดิมที่เคยใช้แบบยาวๆนาน 3 – 4 ชั่วโมงต่อเนื่อง หรือยาวนานกว่านั้น กลับกลายเป็นใช้ได้ 1 – 2 ชั่วโมงหรือสั้นกว่านั้นบ้างหรือไม่ ถ้าใช่ในบทความนี้ทีมงาน Notebookspec มีทางแก้ไขมาบอกกัน</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับแบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊คกันก่อนครับ สำหรับแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนั้น ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายก็จะมีด้วยกัน 2 ชนิดคือ Lithium-ion หรือ Li-ion แบตเตอรี่มาตราฐานที่นิยมใช้กันทั่วไป ซึ่งมีประสิทธิภาพดี และราคาถูก และ Lithium Polymer หรือ Li-Po ที่เรียกว่าได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เพราะสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้หลากหลาย และมีประสิทธิภาพดี แต่ราคาก็ยังค่อนข้างสูงทีเดียว ซึ่งอย่างไรก็ดีแบตเตอรี่ทั้งสองชนิดนี้นั้นก็มีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 300-400 Life Cycle (Life Cycle คืออายุการใช้งานของแบตเตอรี่นับจากการชาร์จตั้งแต่ 0-100% นับเป็นหนึ่งรอบ ,ถ้าชาร์จ 50-100% นับเป็น 0.5 รอบ) ถ้าเกินกว่านั้น แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อม โน๊ตบุ๊ค แบตหมดเร็วครับ</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แบตเตอรี่ โน๊ตบุ๊ค แบตหมดเร็ว เสื่อมไว<br />
โดยระยะเวลาในการเสื่อมของแบตเตอรี่ก็ยังมีปัจจัยอีกหลากหลายอย่างครับ เช่น</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
การใช้งานในพื้นที่ๆ มีความร้อนสูงซึ่งก็อาจทำให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนสะสมสูง ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
การที่ใช้งานแบตเตอรี่ให้หมดเกลี้ยงจนถึง 0% แล้วปล่อยให้เครื่องดับบ่อยๆ เพราะการชาร์จจาก 0% นั้น จะต้องใช้แรงดันไฟมากกว่าปกติ ทำให้แบตเตอรี่ร้อน และเสื่อมได้ไวกว่าปกติครับ ทางที่ดีควรเหลือแบตเตอรี่ไว้อย่างน้อย 20% ขึ้นไปครับ</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
เสื่อมตามอายุการใช้งาน แน่นอนทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นอนิจจังแบตเตอรี่ก็เช่นกัน เมื่อใช้ไปสัก 2 ปี ก็อาจจะเกิดการเสื่อมตามอายุการใช้งานได้ครับ</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
Calibrate Battery คืนความสดใหม่ให้แบตเตอรี่<br />
โดยวิธีแรกที่เราจะแนะนำนั้นจะเป็นการ Calibrate Battery ที่เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และไม่ต้องลงทุนเลยครับ ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะไม่สามารถคืนสภาพแบตเตอรี่ได้เต็มร้อย แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่น่าลองทีเดียว โดยมีหลักการง่ายๆ คือคลายประจุเพื่อให้แบตเตอรี่ได้กลับมาสดใหม่เหมือนออกมาจากโรงงานอีกครั้ง โดยการ Calibrate นั้น มีด้วยกันหลายแนวทาง แล้วแต่ว่าจะเป็นวิธีจากสำนักไหน แต่หลักการนั้นก็จะเหมือนๆ คือการชาร์จประจุให้เต็ม จากนั้นทำการคลายประจุให้หมด และกลับมาชาร์จไฟใช้งานตามปกติ แต่การทำนั้นต้องทำเป็นขั้นตอน ซึ่งมีวิธีดังนี้</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
ขั้นตอนที่หนึ่งให้ชาร์จแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คจนเต็ม และเมื่อเต็มแล้วก็ให้ชาร์จต่อเนื่องไปอีกสักระยะนึงหรือราวๆ 30 นาที</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
ต่อด้วยถอดสายชาร์จออกจากเครื่อง แล้วใช้งานบนแบตเตอรี่ จนกว่าแบตเตอรี่ จะหมด หรืออาจจะให้แบตเตอรี่เหลือสัก 5-10% ก็ได้ครับ</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
จากนั้นปล่อยให้เครื่องหยุดทำงานไป เพื่อให้มีการคลายประจุอย่างเต็มที่ ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงหรือ อาจจะทิ้งค้างคืนไว้ก็ได้</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
หลังจากนั้นเปิดเครื่อง และเสียบปลั๊กชาร์จไฟให้เต็มร้อย แล้วใช้งานตามปกติต่อไป แนะนำว่าให้ชาร์จจนเต็ม 100% แล้วค่อยถอดสานชาร์จใช้งานนะครับถึงจะได้ผลดีที่สุด</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
หมายเหตุการ Calibrate นั้น ควรจะทำเดือนละหนึ่งครั้ง หรือราวๆ 30 Life Cycle แต่ไม่ควรทำถี่เกินไปเช่นอาทิตย์ละครั้งครับเพราะอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
ซื้อแบตเตอรี่แท้<br />
วิธีต่อมาคือการซื้อแบตเตอรี่ตัวใหม่จากแบรนด์ผู้ผลิตครับ ซึ่งโดยปรกติจะสามารถติดต่อซื้อหาจากศูนย์บริการของผู้แทนจำหน่าย หรือหน้าร้านที่ซื้อเครื่องมาได้เลยครับ ซึ่งจะมีข้อดีตรงที่ได้แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพดี และมั่นใจได้ด้วยการรับประกันคุณภาพในการใช้งาน แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงทีเดียวครับ เลี่ยงปัญหา?โน๊ตบุ๊ค แบตหมดเร็ว</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
ซื้อแบตเตอรี่เกรด AAA<br />
หรือถ้างบน้อยหน่อยลองมองแบตเตอรี่เทียบเท่าเกรด AAA ก็ได้นะครับ สำหรับผู้ที่มีงบน้อย หรืออยากประหยัดงบประมาณ แต่ก็ควรใช้เวลาเลือกจากแหล่งจำหน่ายที่ไวใจได้ และอย่างน้อยๆ ควรมีการรับประกันอายุการใช้งานที่มากกว่า 6 เดือน และเลือกยี่ห้อมีชื่อเสียง รวมถึงตัวแบตเตอรี่ควรมีมาตราฐานอุตสาหกรรม หรือ ม.อ.ก. รับรองด้วยครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
เปลี่ยน Cell แบตเตอรี่<br />
และวิธีสุดท้ายที่เป็นวิธีที่เสี่ยงมากที่เดียวคือการเปลี่ยน Cell แบตเตอรี่ ถ้าหากท่านไม่สามารถหาซื้อแบตเตอรี่ในแบบอื่นๆ ได้ การเปลี่ยน Cell แบตเตอรี่ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวร้ายเท่าใดนัก โดยมีหลักการเปลี่ยน Cell แบตเตอรี่อย่างง่ายคือการแกะพลาสติกที่เป็นบอดี้ของตัวแบตเตอรี่ออก และเปลี่ยน Cell หรือใส้แบตเตอรี่มีลักษณะเป็นก้อนๆ คล้ายถ่านไฟฉาน ซึ่งจะมีร้านที่รับเปลี่ยน Cell แบตเตอรี่กระจายอยู่ตามห้าง IT ทั่วไปอยู่พอสมควร ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ประหยัดงบประมาณมาก สามารถเปลี่ยนได้ทุกรุ่นที่ใช้ Lithium-ion แต่อย่างไรก็ดีต้องดูร้านที่น่าเชื่อถือหน่อยนะครับ เพราะการเปลี่ยน Cell แบตเตอรี่ค่อนข้างอันตรายหากตัวแบตเตอรี่ไม่ได้คุณภาพ และติดตั้งมาไม่ดี อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
ซึ่งอย่างไรก็ดีทั้ง 4 วิธีที่ได้กล่าวไปก็ต้องก็แล้วแต่ตัวท่าน และงบประมาณกันแล้วละครับว่าจะเลือกกันแบบไหน แต่อย่างไรก็ดีอย่าลืมระมัดระวังกันด้วยนะครับถ้าท่านจะซื้อแบตเตอรี่แท้ เทียม หรือแม้แต่เปลี่ยน Cell ก็ต้องดูหน้าร้าน หรือเว็บไซด์ที่น่าเชื่อถือกันสักหน่อย ไม่งั้นอาจจะได้ของไม่ดีมาทำให้เกิดอันตรายกับเครื่องได้นะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ</p>
<p style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: tahoma, arial, helvetica, sans-serif; font-size: 13px;">
<a href="https://www.tae0.com/" style="color: rgb(88, 89, 91); text-decoration-line: none;"><img alt="" src="https://ft.lnwfile.com/_/ft/_raw/ar/5k/5k.jpg" style="border-width: 0px; border-style: initial; border-color: initial; width: 300px; height: 150px;" /></a></p>
โพสโดย : tae0
IP : 180.183.159.37
โพสเมื่อวันที่ : 15 ก.ค. 2564,10:20 น.
สมาชิกล็อกอินเข้าระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ชื่อล็อกอิน:
รหัสผ่าน: